Photography

โปรเจคใหม่

posted on 14 May 2012 00:46 by bangkokerr  in Photography
โปรเจคพิเศษที่กำลังจะทำคือ Music Video ตั้งใจจะทำนานแล้ว
เริ่มแรกวางแพลนงานคนเดียว แต่คิดว่าทำคนเดียวคงไม่ไหว
และก็อยากได้ความคิดเห็นจากคนอื่นด้วย คนที่จะเข้าใจ คนที่จะคิดเห็นอะไรคล้ายๆเรา
เพิ่งได้มาเริ่มวาง Storyboard และหาทีมที่จะทำด้วยเพิ่มอีก 2 คน
เพราะก่อนหน้านี้ติดภาระหน้าที่เรื่องเรียน เลยไม่ได้ลงมือซักที
โดยเพลงที่จะนำมาทำ MV เป็นเพลงเก่าจากอัลบั้ม Sweet Nightmare ของวง Lullaby
ชื่อเพลง 'ที่มีอยู่' ซึ่งก็ได้เคยขออนุญาติทางวงเพื่อนำมาทำแล้ว
และทางวงก็อนุญาติ+ยินดีและก็ขอดูด้วยถ้าเสร็จแล้ว ขอเชิญร่วมติดตามครับ
 
 
ผมชวนพี่ชายและน้องสาวที่มีความสามารถคนละด้าน
เฮียโอมถนัดถ่ายภาพเหมือนผม บวกกับไอเดียหลายๆอย่างของเฮีย
ที่มาเสริมทัพผมที่หลังก็ต่อยอดความคิดของผมได้มากเลยทีเดียว
และอีกคนคือน้องกาน น้องสาวคนเก่งที่ผมรู้จักตั้งแต่น้องเรียนม.ต้น
จนตอนนี้น้องเข้าเรียนศิลปะที่รร.สาธิตศิลปากร
เลยดึงตัวน้องมาให้ช่วยใช้ความสามารถของน้องกับงานของผม 
ขอบคุณพี่โอม และน้องกานที่จะมาช่วยกันประดิษฐ์ประดอยผลงานชิ้นนี้ร่วมกันครับ
 
 
คาดว่าหลังจากที่ผมและเฮียโอมต่างคนต่างกลับมาจากไปปฏิบัติธรรมวันที่ 6 มิ.ย.
จะได้เริ่มมาีคุยงานกันจริงจัง และคงได้เริ่มถ่ายทำ+ตัดต่อ
น้องกานดีใจมากที่ผมชวนมาทำ และพอดีว่าวันเกิดของแม่น้องกาน
คือวันที่ 20 มิ.ย. น้องกานเลยอยากเอาไปอวดคุณแม่
แต่ผมก็ไม่มั่นใจว่าเราจะทำกันทันไม๊ ?
แต่ทีรู้ๆคือ พวกเราจะตั้งใจทำกันเต็มที่ 
ผมจะใช้ความสามารถและความคิดที่มีลงไปกับเพลงนี้
ด้วยเพราะเหตุผลเดียวจากประโยคนึงในเนื้อเพลง
'สิ่งที่มีค่าอาจอยู่ใกล้ตาจนมองข้ามไป'
 
 
ติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจคนี้ได้ที่เพจของผมนะครับ(ถ้าเผื่อสนใจนะ ^^")
 
 
ช่วงนี้ขอตัวลงใต้ซักอาทิตย์นะครับ แล้วจะเก็บภาพมาฝาก :)
 

ผมบอกไปแล้ว ความรู้สึกของผม
และเค้าก็บอกความรู้สึกของเค้ามาทางเพื่อนผม
สรุปว่า มันตรงกัน 
ยิ่งมีเรี่ยวแรงจะแต่งรูปให้เสร็จ 
 
 
เมื่อเย็นพาแม่ พี่สาว แล้วก็หลานสาวไปดู 'ปัญญา เรณู ภาค 2' มาครับ
ปัญญาภาคนี้น่ารัก ปนน่าสงสาร หนังน่ารัก แต่อลังการขึ้นนิดหน่อย
ถ้าไม่คาดหวังหนังฟอร์มยักษ์ ต้นทุนสูง ท้องเรื่องตระการตา
ผมแนะนำ 'ปัญญา เรณู'
 
 
 
 
 
 
 
ทีเผลอยังน่ารักเลย คนอะไร : )
เอารูปบัณฑิตมาให้ดูต่อ หลังจากเมื่อวานโดนแดดทำร้าย
และวันนี้สายฝนก็ทำร้ายกันต่อเลย 
ขอบอกว่าเป็นการทำงานที่มีความสุขมาก
บัณฑิต(ยิ้ม)สวยทุกรูปเลย บางรูปสวย แต่เบลอ แสนเสียดาย
ผมนั่งแต่งไปก็ยิ้มไป จนแม่ถามว่า มึงไข้กินขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ?
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
ยังเหลืออีกเยอะ เก็บไว้เชยชมในวันถัดไป
วันนี้ขอไปสารภาพความในใจก่อน : )


 
 
 
 
 
 
ทำงานวันนี้เหนื่อยไม่ลงเลย เพราะบัณฑิตน่ารักมว๊าก !
เอามาลงให้ดูพอกล้อมแกล้มก่อน พรุ่งนี้มีงานต้องส่ง ขอเคลียร์ทีละงาน
แล้วจะเอามาลงให้ดูอีกครับ 

บัณฑิตใหม่

posted on 25 Jan 2012 22:16 by bangkokerr  in Photography
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตทุกคนด้วยนะครับ
 
วันนี้วันอาทิตย์ก็จริงครับ แต่สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เจอน้ำท่วมอย่างผม
ทำให้อะไรๆต้องมีการหมุนปรับให้เข้ากับสถานการณ์
เทอมนี้ผมกับเพื่อนๆในทีมที่ทำงานด้วยกัน เลือกลงวิชาเลือกเสรี 1 ตัวครับ
คือวิชา Advanced Cinematography คือศาสตร์ของการถ่ายภาพ(ภาพยนตร์)ขั้นสูง
เทอมที่แล้วเรียน Cinematography กันไปแล้ว เทอมนี้เลยขอเรียนอัพเลเวลกันหน่อย
อาจารย์ผู้สอนเป็นคนเดิมกับวิชาเลเวล 1 ครับ ซึ่งพวกเราคุ้นเคยและมีความกันเองกับแก
แกเลยอนุญาติให้พวกเราเรียกแกว่า 'พี่เค'
 
 
สถานที่เรียนของเราคราวนี้ บุกถ้ำเสือกันถึงที่
เพราะเรายกโขยงกันไปเรียนที่บ้านพี่เค
ซึ่งชั้นล่างเปิดเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งเก๋ไก๋ด้วยสไตล์ของพี่เคเอง
 
 
ความเป็นกันเอง ง่ายๆ สบายๆ และความใจดีที่พี่เคอนุเคราะห์สถานที่เรียนและฝึกหัดที่นี่
ถือเป็นการเปิดต้อนรับอีกหลายๆด้านให้พวกเราเข้าไปศึกษา
ทั้งในส่วนของเนื้อหา และอีกๆหลายเรื่องเกี่ยวกับอาจารย์ของเราคนนี้
 
 
เทอมนี้ผมคิดว่าวิชานี้น่าจะสนุกที่สุดนะ
รองลงไปคงเป็น Film Production I นอกนั้นก็วิชาท่องจำละครับ ตกที่โหล่ไปเลย
ผมมีหลักฐานมายืนยันถึงความง่ายๆ สบายๆของการเรียนการสอนวิชานี้ครับ
อาจจะมีใครคุ้นหน้าพี่เคบ้าง เพราะแกเคยเป็น DP (Director of Photography) หนังหลายเรื่อง
รวมทั้ง MV อีกหลายๆตัว
 
 
ตรวจงานเก่าของเทอมที่แล้ว แล้ววิเคราะห์กัน
 
นั่งคุยกันเรื่องเรียน เรื่องงาน ง่ายๆ สบายๆ
 
 
วันนี้เพื่อนรุ่นน้องที่เรียนด้วยกันขอให้ช่วยถ่ายรูปให้ 
ก็เลยเก็บมาเล็กๆน้อยๆ โดนพี่เคแกล้งแซวว่าเก็บค่าที่นะเฮ้ย !
ยินดีน้อมรับคำติ-ชมนะครับ
 

 
 
 
 
 
 
 
 

พี่เลี้ยงกระต่าย

posted on 02 Jan 2012 00:37 by bangkokerr  in Diary, Photography
ช่วงนี้นอกจากทุกคนในบ้านจะพลัดกันไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาลช่วงกลางวัน 
พวกเรายังมีอีกหนึ่งหน้าที่ คือ เป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกกระต่ายตัวเล็กๆ
ที่ลืมตามาดูโลกเมื่อวันที่ 30 
 
 
ตอนแรกพวกมันยกโขยงกันออกมา 6 ตัว
ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่เสียขาหน้าไป 2 ข้าง อยู่ได้ 2 วันก็ตาย
อีก 5 ตัวที่เหลือขนาดพอๆกัน แต่วันนี้ก็ตายไปอีก 2 ตัว
ตัวนึงขาหลังพิการ อีกตัวทะลึ่งเอาคอออกมานอกกรง 
กว่าจะรู้ก็เช้า คงตะเกียกตะกายจนหมดแรง ตายตามพี่-น้องไป
 
 
ตอนนี้เหลือ 3 ตัว 
ผม พี่ๆ รวมทั้งหลานจะพยายามทำให้มันรอดและโตเป็นกระต่ายเต็มตัวให้ได้ทั้ง 3 ตัว
แม้จะต้องจับแม่มันที่ตาบอดมาขึงพืดเำพื่อให้นมลูกก็ตาม 

โฟโต้บำบัด

posted on 10 Mar 2011 20:25 by bangkokerr  in Diary, Photography
เมื่อวานฟุ้งซ่าน วันนี้เลยทำการโฟโต้บำบัด
ชวนไก่ไหม้เมื่อคืน นัดพี่โอมก็เมื่อคืน นอนตี 3 แล้ว 7 โมงครึ่งก็ลุกอาบน้ำแต่งตัว
เคยเห็นไอเนยไปถ่ายอะไรเล่นๆขำๆที่ท่าน้ำนนท์ วันนี้เลยเลือกที่นั่น
กินข้าวเช้ากันเสร็จก็เริ่มเลย เพราะ 10 โมงแล้ว
เวลาเรากับแสงเช้าจะเหลือน้อยลง
เลิกกองแวะกินอะไรเย็นๆกันที่ Black Canyon แล้วก็อาศัยรถพี่โอมกลับบ้านแต่ละคน
เหนื่อยนะ อยากกลับมาแล้วนอนเลย
แต่สันด๊านสันดานที่ถ่ายมาแล้วต้้องแต่ง ต้องเอาลงเลยเนี่ย แก้ไม่หาย
ไอเชรีบอกว่าดีแล้วที่มึงทำอะไรแล้วต้องทำให้เสร็จ
แต่บางทีเราก็เหนื่อยเกินกว่าจะฝืนร่างกายให้สวนทางกับสันดาน - -"
ทุกครั้งที่ออกไปถ่ายรูปเก็บพอร์ทแบบนี้คุณรู้ไม๊ว่าเราคิดอะไร
...........................................................
 
เราคิดว่าขอให้เค้ามีโอกาสเห็นสิ่งที่เราทำซักครั้ง
แต่มันก็คงไม่เคยเลย และคงจะไม่เคยตลอดไป
 
 
"บางทีการที่เรากำลังวิ่งไล่ตามความฝันของเรามันก็เหนื่อย
แต่คิดอีกอย่างมันเหมือนว่าเรากำลังแข่งกันวิ่งไล่ตามความฝันอยู่กับใครอีกคน
ใครที่เมื่อก่อนแข่งกันกิน แข่งกันพูด แข่งกันเป่ายิ้งฉุบกับเรา
วันนั้นเราผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ แค่วันนี้คู่แข่งเราไม่ได้อยู่ใกล้ๆเราเท่านั้น.. .
เราเลยไม่รู้ว่าเราชนะหรือเราแพ้(ตัวเอง)
แอบขี้โกงเอาก็ได้ว่าเราชนะ เค้าอยู่ไกลเค้าไม่รู้หรอก" 
 
 
แต่ถ้าเผื่อคุณได้เห็นวันนึง Bangkoker จะตีคู่กับ Sahred Toy
ถึงงานจะคนละด้านก็เหอะ ฮ่าๆๆ ๆ
คิดถึงคุณนะคะ :')
 
ผลงานโฟโต้บำบัดวันนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อันนี้รองเท้าเก็บเงินของเราเอง :)

 

Big Fixed

posted on 09 Mar 2011 01:03 by bangkokerr  in Photography
วันนั้นที่ไปหาเพื่อนๆที่สวนนัน ได้รูปมาแล้ว 
เอามาลง แก้เครียด - -"
 
รักพวกมึงหว่ะ ถึงจะไม่มีใคร แต่ก็ยังมีพวกมึง :)



เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ที่วุ่นๆ แต่ผ่านไปไวอย่างไม่น่าเชื่อ
แปปเดียวก็วันศุกร์เข้ามาแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่แล้วยังไปถ่ายรูปที่บางซื่ออยู่เลย
ก็ดีครับเพราะผมไม่ชอบให้ช่วงเวลาในแต่ละวันช้าและน่าเบื่อ
มันเหมือนว่าผมต้องติดอยู่กับมันไปตลอด รู้สึกทรมาณ
วันนี้วันเสาร์แห่งชาติ เมื่อคืนผมนอนคุยโทรศัพท์กับเชรีจนหลับคาโทรศัพท์
ตื่นมาวางสายมันอีกเกือบตี 4 เข้าไปแล้ว แล้วพอจะตี 5 เค้าก็โทรมา
เออ ดี ! ดีๆกันทั้งนั้น เรื่องผลาญเวลานอนกูเนี่ยเก่งกันนัก !!
คุยด้วยซักพักผมก็นอนต่อ ทีนี้ยิงยาวตื่นมาอีกทีบ่าย 3 เลยครับ ฮ่าๆๆ ๆ
นอนสะใจดี แต่ยิ่งนอนมากยิ่งง่วง ยิ่งนอนมากหน้าตายิ่งเหมือนคนไม่ได้นอน


เมื่อวันพุธหลังเลิกเรียนพวกผมไปตีแบด(วัตถุประสงค์คือลดความอ้วนยกแก๊งค์)
ได้เหงื่อดีครับ พอวันรุ่งขึ้นล้าไปทั้งร่างเลย แต่ผมจะไปตีให้ต่อเนื่อง
แต่เพื่อนๆคงเปลี้ยมาก ขอบายกันทุกคนเลย ก็เลยจะนัดกันใหม่อาทิตย์หน้า


แล้วเมื่อวันพฤหัสฯ ความประมาทก็เล่นงานผมไปหนึ่งดอก ตื่นมาจะหาไม้แบด
เพราะเมื่อวันพุธไปเช่าของที่คอร์ดแล้วรู้สึกดักดานมาก ก็เลยจะเอาของตัวเองไป
คิดว่ามันอยู่บนชั้นลอยที่ที่บ้านผมทำไว้เก็บของ ซึ่งต้องใช้ับันได 4 ตอนอันเขื่องปีนขึ้นไป
ยกบันไดมาจังหวะกำลังจะกางขาข้างนึงออก ไอตัวล๊อคมันไม่เข้าที่
ไอผมก็ไม่ทันได้ฟังเสียงว่ามันล๊อครึยัง ก็เลยปล่อยบันได
แม่งเสือกไหลย้อนกลับ(ไม่เหมือนผ้าอนามัย > ไม่ไหลย้อนกลับ)
ร่วงปั้บ ! ลงมาทับนิ้วผม !!


แล้วคุณเอ้ย ทั้งชีวิตผมตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยโดนประตูหนีบนิ้ว
ไม่เคยโดนอะไรหล่นทับมาก่อน แต่เวลาเห็นคนอื่นเป็นเล็บดำๆแล้วรู้สึกเจ็บแทน
วันนั้นได้เจอกับตัว เข้าใจจริงๆ ลั่นบ้านเลยครับ :$
บัดซบไปแล้วดอกนึง อีกดอกนึงคือกางบันไดเสร็จ ปีนขึ้นไป
เพื่อไปพบว่าไม้แบดไม่ได้อยู่ข้างบน บัดซบกำลังสอง !!


ชีช้ำแต่ก็คว้ากล้อง คว้ากระเป๋าเสื้อผ้า รองเท้า ไม้แบดออกจากบ้านไปเรียน
เอากล้องไปเพราะนัดกับพี่แบงค์ รุ่นพี่ที่สวนนันจะไปถ่ายเพื่อนเค้าที่จบม.กรุงเทพ
จะเก็บพอร์ทงานชุดครุยบ้าง เผื่อจะมีใครหลงผิดมาจ้างไปถ่าย ฮ่าๆๆ ๆ
(อ่อ ตั้งแต่ลงพอร์ทรถไฟบางซื่อ มีคนติดต่อมา 2-3 คนแล้วนะ ฮิฮิ)
ผลสุดท้าย คือ ถ่ายเพื่อนพี่แบงค์มานิดหน่อย แล้วก็ไม่ได้ตีแบด
เพราะผู้ร่วมอุดมการณ์เปลี้ยจากการไปเป็น MC ให้อาจารย์วิชาภาษาอังกฤษ
ผมเลยไม่ได้ทั้งพอร์ท ไม่ได้ทั้งออกกำลังกาย แถมนิ้วยังระบมอีกตังหาก - -"


นัดเจ้หนึ่งให้เจ้พาไปหาหมอ ขอสำออยและใช้สิทธิ์กับประกันบ้าง
ทำมาตั้งแต่ 6 ขวบ นี่เพิ่งจะได้ใช้ครั้งที่ 2 บัดซบมาก !
จ่ายปีเป็นหมื่น เจ็บทีไม่เห็นจะเกิน 2,000 ไม่คุ้มๆ ทีหลังต้องเจ็บตัวบ่อยๆ
จะได้คุ้มเบี้ยประกัน ฮ่าๆๆ ๆ เราจะปล่อยให้ AIA กินตังค์เราฟรีไม่ได้
(ร่างไหนพิมพ์ไม่รู้ - -")


หมอบอกว่ากระดูกไม่หักนะครับ แต่ประเด็นคือ พอเอ็กซเรย์แล้วหมอดันเจอแผลเก่าผมอ่ะดิ่
ข้อมือผมมีปัญหาตั้งแต่ตอนเข้าปี 1 ม.กรุงเทพใหม่ๆ ตอนนั้นตั้งใจจะไปใช้สิทธิ์ประกันนี่แหละ
แต่จำไม่ได้ว่าโดนอะไร เจ็บและห้อเลือดขึ้นมาเลย แต่พอไปถึง
ความฮ่อยคือ ผมหยิบบัตรประกันไปผิดใบ บัดซบ !
จากวันนั้นจนวันนี้ผมเลยไม่ได้รักษาไออาการกร๊อบๆที่ข้อมือนี่ซักที
หมอทักมา แต่ผมก็ไม่ได้เล่าให้หมอฟัง หมอบอกว่าอาจจะเป็นเพราะคุณอายุยังน้อย
กระดูกคงยังไม่ต่อกันดี O_o"
หมอ(ดู)รึเปล่าเนี่ย !!


อ้าส์.. .ได้ใช้ประกัน สบายใจ~


คืนวันนั้นเห็นสถานะอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษในเฟสบุ๊ค เลยจัดแจงเตรียมกล้องเตรียมเม็มไว้
"วันศุกร์นี้ 11.00 น. ใครว่างมาถ่ายรูปด้วยกันนะค่ะ อาจารย์ซ้อมรับปริญญา"


จริงๆเช้าวันศุกร์ผมมีเรียน Visual แต่เพราะเป็นห๊วงเป็นห่วงไอเชรี
ไม่อยากให้มันอยู่คนเดียวเท่าไหร่ ก็บ้านั่งคุยโทรศัพท์กับมันจนตี 4-5 แล้วค่อยนอน
แล้วใครเล่าจะตื่น 6 โมงได้ T_T


เช้าไม่ได้ไปเรียน แต่เที่ยงไปถ่ายรูปได้ เอ้อ ดี !!
เก็บมานิดหน่อยก็ได้เวลาที่นัดกับสิทธิ์ไว้ว่าจะซ้อมเพลงกันซักหน่อย
รู้สึกว่าตัวเองด้อยพัฒนาลงไปเยอะเลย ร้องได้แย่มาก ฮ่าๆๆ ๆ
อัดเป็น 10 รอบ หลายเพลงอยู่ ได้ออกมาเพลงเดียว ดีอยู่รอบเดียว
แุถมไม่ได้ดีที่สุดด้วยนะ จะบ้าตาย !!
พอจะกลับมาถ่ายรูปให้'จารย์กับครอบครัวอีกที จารย์ก็บอกว่าพวกเค้าเพิ่งกลับไป
แยกย้ายกับสิทธิ์หน้าม. แล้วก็ตั้งเป้าว่าจะกลับบ้าน
โดยลืมไปเลยว่านัดไอเชรีไปเอาตังค์ค่ารองเท้าที่ฝากมันขาย
เกือบจะเลยเซียร์อยู่แล้ว ยังดีที่คิดทัน ชวนมันหาไรกินทั้งๆที่ใจก็อยากกลับบ้าน
แต่ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมเห็นสภาพมันแล้วผมอยากอยู่กับมันให้นานกว่านั้นด้วยซ้ำ
ช่วยมันเลือกเบอร์โทรศัพท์ใหม่ 1 เบอร์
แล้วก็มาแยกย้ายกันที่ป้ายรถเมล์ ไม่รู้มันจะรู้ไม๊นะว่าผมเป็นห่วงมันมาก


วันนี้ได้นอนตื่นสาย ได้ใช้เวลากับ 'สุดสัปดาห์' บ้างซักที
สัปดาห์หน้าหวังว่าจะไม่หนักหนาเท่าสัปดาห์นี้ สาธุ๊ !


นี่อาจารย์ผมครับ บัณฑิต 3 บั้ง ;D

 

 

อาจารย์บอกว่าริ้วรอยบนในหน้ารอยแรกได้มาตอนรับปริญญาตรี

รอยที่สองตอนรับป.โท ส่วนรอยที่สามก็มาพร้อมบั้งที่สามเนี่ยแหละครับ ฮ่าๆๆ ๆ